ใครจะมาหยุด! ลิเวอร์พูลฉุดไม่อยู่อัดเซาธ์แฮมป์ตัน เฮ7เกมรวดทวงจ่าฝูง

แม้เกมนี้ลิเวอร์พูลจะโรเตชั่นผู้เล่นบางตำแหน่งแต่พวกเขายังฟอร์มแรงฉุดไม่อยู่จริงๆ หลังเปิดบ้านถล่ม เซาธ์แฮมป์ตัน 3-0 โดยได้ประตูจากการทำเข้าประตูตัวเองของ เวสลี่ย์ ฮู้ดท์, มาติป และ ซาลาห์ ส่งผลให้พวกเขาชนะ 7 เกมติดต่อกันรวมทุกรายการ กลับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงชั่วคราว

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2561
ลิเวอร์พูล   3-0   เซาธ์แฮมป์ตัน 

ลิเวอร์พูล ลงเตะในบ้านรับแข้งเซาธ์แฮมป์ตัน เจ้าถิ่นให้เซอร์ดาน ชาคิรี่ ออกสตาร์ทในเกมรุกร่วมกับโมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ส่วนนักบุญ นำมาโดยเชน ลอง หอกเป้า

เริ่มเกมมาแค่ 10 นาที ลิเวอร์พูล ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว เมื่อ ซาดิโอ มาเน่ จ่ายให้เซอร์ดาน ชาคิรี่ หลุดขึ้นทางซ้าย ก่อนเปิดยัดเข้ากลางบอลแฉลบ 2 แนวรับนักบุญ โดยจังหวะสุดท้ายเป็นเวสลี่ย์ ฮู้ดท์ สกัดเข้าประตูตัวเอง

หลังจากนั้นหงส์แดงนำห่าง 2-0 ใน น.21 จากจังหวะเตะมุม เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดมาให้ โฌแอล มาติป เทกตัวโขกเต็มๆตุงตาข่าย

ช่วงทดเจ็บ ลิเวอร์พูลได้ลูกที่ 3 จนได้ จากฟรีคิกหน้ากรอบ ชาคิรี่ซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งชนคาน กระเด้งออกมา ก่อนที่ซาลาห์จะปรี่เข้าไปซ้ำจ่อๆไม่เหลือ หมดครึ่งแรกหงส์นำสบาย 3-0

ครึ่งหลัง ยังเป็นลิเวอร์พูลที่ครองเกมได้เหนือกว่า บุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีจังหวะจบสกอร์แบบถนัดถนี่

LIVERPOOL, ENGLAND - SEPTEMBER 22: Wesley Hoedt of Southampton scores an own goal for Liverpool's first goal during the Premier League match between Liverpool FC and Southampton FC at Anfield on September 22, 2018 in Liverpool, United Kingdom. (Photo by Alex Livesey/Getty Images)

น.85 หงส์แดงเกือบได้ลูกที่ 4 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เก็บตกได้ในกรอบเขตโทษ วอลเลย์ด้วยซ้ายตูมเดียวแต่บอลข้ามคาน

น.89 เจ้าถิ่นพลาดได้ประตูที่ 4 เมื่อ ซาลาห์ ตามซ้ำจ่อๆจากลูกยิงของ เจมส์ มิลเนอร์ ระยะเผาขนเข้าไป แต่ผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้า

เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม ลิเวอร์พูล ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-0 เก็บชัย 7 เกมติดต่อกันรวมทุกรายการ กลับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกชั่วคราว
รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล : อลิสซง เบ็คเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค (โจ โกเมซ น.55), แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม (นาบี เกอิต้า น.70), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, เซอร์ดาน ชาคิรี่ (เจมส์ มิลเนอร์ น.46), โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่

เซาธ์แฮมป์ตัน : อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่, เซดริก โซอาเรส, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด, เวสลี่ย์ ฮู๊ดต์, ไรอัน เบอร์ทรานด์, มาริโอ เลอมิน่า, ปิแอร์-เอมิล โฮเบิร์ก, โอริโอล โรเมว (สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง น.55), แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์ (ยาน เบดนาเร็ค น.55), เนธาน เร้ดมอนด์, เชน ลอง (ชาร์ลี ออสติน น.77)

ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์

No Comments Yet.